การจัดการความรู้ (Knowledge Management - KM)

ปัจจุบันหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กำลังอยู่ในกระแสสังคมที่เรียกว่า "สังคมเศรษฐกิจฐานความร"ู้ (Knowledge-base Society and Economy) สังคมดังกล่าวมีแนวคิดที่ว่าความรู้เป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง การพัฒนาความรู้ใหม่ๆเพื่อการแข่งขันและเสริมสร้างความเข้มแข็ง จึงเป็นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของกระบวนการพัฒนาประเทศ ในระบบเศรษฐกิจจะให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนความรู้เป็นนวัตกรรมโดยอาศัยเทคโนโลยีระดับสูงการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้จะทำให้สัดส่วนความรู้ที่อยู่ภายในกับภายนอกตัวบุคคลเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีความจำเป็นและความต้องการในการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) ให้มีสภาพกลายเป็นความรู้ที่ปรากฏชัดเจน (Explicit Knowledge) ด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้สังคมไทยไม่ว่าจะเป็นหน่วนงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้กระทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนต่างให้ความสำคัญกับ "การจัดการความรู้"

ในขณะที่แต่ละหน่วยงานให้ความสำคัญและเร่งระดมการปรับเปลี่ยนหน่วยงานของตน แต่คำถามที่คนส่วนใหญ่ในหน่วยงานมักตอบเป็นเสียงเดียวกัน คือว่ายังมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนตลอดจนไม่ทราบว่าจะนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้งานได้อย่าง

คำถามแรกที่เกิดขึ้น จะเป็นคำถามที่ว่า KM หมายถึงอะไร?
การจัดการความรู้ หมายถึง ความสามารถในการจัดการความรู้ ประกอบด้วย การสร้างความรู้ การประมวล การแลกเปลี่ยนและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน

คำถามต่อมาคือ เป้าหมายของ KM มีอะไรบ้าง?
เป้าหมายประการแรก คือ เพื่อเป็นองค์กรเรียนรู้ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรและการสร้างและใช้ความรู้ในการปฏิบัติงาน มีการเรียนรู้ร่วมกันและแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ส่วนในแง่ของบุคคลในหน่วยงาน เช่น ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐก็จะเป็นข้าราชการเป็นบุคคลเรียนรู้ ควรมีภาวะแนะนำ และสามารถเรียนรู้จากผู้อื่น ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อร่วมงานหรือผู้ใช้บริการ
คำถามต่อมา องค์ประกอบของ KM ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
องค์ประกอบของ KM ที่สำคัญเป็นเรื่องของกระบวนการจัดการความรู้ (KM Process) องค์ประกอบแรก เป็นทัศนะของการปรับเปลี่ยนมุมมองในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของการจัดการความรู้ ส่วนหนึ่งคือ ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นที่จะต้องขยายขอบเขตไปยังบุคคลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้ในด้านต่างๆในฐานะที่เป็น "ผู้สร้างความรู้" ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานของตน โดยอาจจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อการถ่ายทอด แลกเปลี่ยน และแบ่งปันความรู้ให้เกิดขึ้น และประการที่ 2 เป็นข้อเสนอแนะหรือแนวทางของการปรับเปลี่ยนที่ยั่งยืน สำหรับการฝังรากของการจัดการความรู้ลงในกระบวนการของการดำเนินงาน ทั้งนี้ความสำเร็จดังกล่าวตั้งอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่สำคัญคือ สมองประสานใจ นั้นคือ ผู้ที่อยู่ในวิชาชีพจะต้องมีทัศนะ ความคิดเห็น และความรู้สึกเชิงบวก รวมทั้งมีความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม
คำถามสุดท้าย กล่าวคือ เหตุผลว่าทำไมต้องมี KM?
เหตุผลที่หน่วยงานต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนหน่วยงานตนเองเข้าสู่กระบวนการจัดการความรู้ คือ สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านความรู้ เทคโนโลยี ซึ่งส่งผลต่อบุคลากร จำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การลดขนาดของหน่วยงาน การจำกัดอัตรากำลังคน ทำให้ความรู้และประสบการณ์ส่วนหนึ่งของหน่วยงานขาดหายไป บุคลากรที่เหลืออยู่จำเป็นต้องรักษาและพัฒนาความรู้ของหน่วยงานต่อไป รวมทั้งแสวงหาความรู้ใหม่ๆในเวลาที่น้อยลง และการบริการมีลักษณะใช้ความรู้มากขึ้น การปรับเปลี่ยนเป็นบริการที่มีลักษณะฉลาด(Smart) รวมทั้งความรู้เป็นการได้เปรียบทางการแข่งขัน และนำไปสู่ความสำเร็จของหนว่ยงาน และท้ายสุดเป็นเพราะกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เปิดโอกาสให้สามารถเลือกบริการได้
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงแนวคิดสำคัญโดยสรุปของการจัดการความรู้ ผู้ที่สนใจแนวคิดดังกล่าวควรติดตามแก่นสาระที่เป็นความรู้ทางด้านการจัดการความรู้ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่างๆต่อไป หากเป็นผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในวิชาชีพก็มีความท้าทายในการที่จะนำไปปรับประยุกต์และใช้ให้หเหมาะสมกับบริษัทองค์กรของตรต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า "ความรู้มีอยู่ในตัวคนที่ปฏิบัติ" ท่านใดที่ปฏิบัติก็จะทำให้เกิดความรู้เพิ่มพูนขึ้น และเมื่อใดที่ท่านได้แบ่งปันความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น จะส่งผลทำให้องค์ความรู้ในเรื่องนั้นๆเติบโตก้าวหน้าและพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน
ผู้สนใจที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติม สำนักบรรณสารสนเทศได้รวบรวมบรรณานุกรมของสื่อการศึกษาทัง้ที่เป็นหนังสือ บทความวารสาร และเว็บไซต์ของหน่วยงานที่น่าสนใจ โดยจัดบริการไว้ในห้องสมุด และได้นำข้อมูลทั้งหมดขึ้นไว้บนโฮมเพจของห้องสมุดที่ http://library.stou.ac.th หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้จากงานบริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า โทร.02-504-7464
  • หนังสือ
    การจัดการความรู้...จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : จิรวัฒน์เอ็กเพรส, 2547. HD30.2 ก65 2547
    ความรู้เป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร องค์กรจะสร้างและรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันได้นั้น ขึ้นกับความสามารถขององค์กร การทำให้วงจรการเรียนรู้หมุนได้รวดเร็วและต่อเนื่อง จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อองค์กรมีกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge management : KM) ที่ประกอบด้วยระบบการค้นหา การสร้าง การรวบรวม การจัดเก็บ การเผยแพร่ การถ่ายทอดแบ่งปัน และการสร้างสรรค์ความรู้ใหม่
ชัชวาล วงษ์ประเสริฐ. การจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจ = Knowledge management for business firms. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท, 2548. HD30.2 ช62 2548
การจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจ เนื้อหาประกอบด้วยความหมายของสารสนเทศ ข้อมูล และความรู้ ให้รายละเอียดในด้านความหมาย องค์ประกอบ ความสำคัญของการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจ ระบบการจัดการความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน การจัดการความรู้กับองค์กรความรู้ ทุนทางปัญญา การพัฒนาดัชนีวัดทุนทางปัญญา เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการจัดการความรู้ และองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการจัดการความรู้
น้ำทิพย์ วิภาวิน. การจัดการความรู้กับคลังความรู้ = Knowledge Center. [กรุงเทพฯ] : เอสอาร์พริ้นติ้งแมสโปรดักส์, 2547. HD30.2 น63 2547
การจัดการความรู้กับคลังความรู้ เนื้อหาประกอบด้วยการแสวงหาความรู้ การจัดการความรู้ ความรู้ในองค์กร องค์กรการจัดการความรู้ เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้ คลังความรู้ และบทสรุปความสำเร็จของการจัดการความรู้
บดินทร์ วิจารณ์. การจัดกาคความรู้สู่ปัญญาปฏิบัติ = Knowledge management in action. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท, 2547. HD30.2 บ36 2547
ในยุคของสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ ทุกองค์กรต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและการแข่งขันที่รุนแรง หนทางสำหรับการอยู่รอดและรุ่งเรืองจะอยู่ที่การจัดการความรู้เป็นสำคัญ สาระภายในเล่มที่น่าสนใจประกอบด้วยหัวข้อดังนี้ ทำไมจึงต้องจัดการองค์ความรู้ในองค์กร การเรียนรู้ขององค์กร และการเรียนรู้ให้เร็วกว่าคู่แข่งถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ จะเริ่มต้นอย่างไรดีกับการจัดการความรู้สู่ความเป็นเลิศ แนวความคิดการจัดการองค์ความรู้และการนำมาสู่การปฏิบัติ การลงมือปฏิบัติกับโครงการ Knowledge management และการสร้างสรรค์ร่วมกันสู่การจัดการความรู้ (KM = Enabler)
พรธิดา วิเชียรปัญญา. การจัดการความรู้ : พื้นบานการประยุกต์ใช้ = Knowledge management. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท, 2547. HD30.2 พ43 2547
เนื้อหาภายในเล่มให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านพื้นฐาน แนวคิดเบื้องต้น การจัดการความรู้กับการบริหารองค์กรยุคใหม่ และการประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ในสังคมไทย
วรภัทร ภู่เจริญ. องค์กรแห่งการเรียนรู้และการบริหารความรู้ = Learning organization and knowledge management. กรุงเทพฯ : บริษัทอริยชน, 2548. HD37.T5 ว54 2548
เนื้อหาภายในเล่มประกอบไปด้วย การพลิกโฉมงานบริหาร เน้นการทำงานอย่างมีความสุข องค์กรอมตะ ความรู้คืออำนาจ เพิ่มขีดการแข่งขันระดับโลก การเรียนการสอนแบบยึดผู้เรียนเป็นหลัก การบริหารขีดความสามารถ และการบริหารบุคคแบบอิเล็กทรอนิกส์
วีรวุธ มาฆะศิรานนท์. การบริหารภูมิปัญญา = Knowledge management. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท, 2542. HD37 T5 ว64 2542
ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกขณะ องค์กรที่จะเจริญก้าวหน้าได้ในศตวรรษที่ 21 นี้ จะต้องมีภูมปัญญาที่เหนือกว่า โดยต้องเริ่มพัฒนามาจากกระบวนการเรียนรู้ขององค์กร (Organization Learning) แล้วนำมาประสานเข้ากับกระบวนการบริหารเพื่อให้เกิดเป็นภูมิปัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ และความได้เปรียบต่อการแข่งขันที่ยั่งยืน เนื้อหาของหนังสือนี้มีวัตถุประสงค์ในการสะท้อนปัญหา และนำเสนอแนวทางในการพัฒนาภูมิปัญญาแก่บุคคลและองค์การทั่วไป โดยเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน
จีราภรณ์ สุธัมมสภา. "แล้วก็มาสู่ยุคของ KM" วารสารการจัดการสมัยใหม่. 3, 1 (มกราคม 2548) : 1-9.
เนื้อหากล่าวถึงว่า KM คืออะไร การจัดประเภทของ Knowledge เทคโนโลยีเพื่อการจัดองค์ความรู้และการจัดการองค์ความรู้ไปทำไม เพื่อประโยชน์อะไร
ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์. "การจัดการความรู้ = Knowledge management" วารสารพัฒนบริหารศาสตร์. 45, 2 (2548) : 1-24.
เนื้อหากล่าวถึง ความหมายของข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ ประเภทของความรู้ ความหมายของการจัดการความรู้ เหตุผลและความสำคัญในการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ ความสัมพันธ์ของการจัดการความรู้กับเทคโนโลยีสารสนเทศ บทบาทการจัดการความรู้ของผู้บริหาร วัฒนธรรมกับการจัดการความรู้ และปัจจัยที่นำระบบการจัดการความรู้ไปสู่ความสำเร็จ
วิจารณ์ พานิช. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 1)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 6 (มีนาคม 2545) : 431-436.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 2)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 7 (กรกฎาคม 2545) : 552-555.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 3)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 8 (สิงหาคม 2545) : 639-644.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 4)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 9 (กันยายน 2545) : 752-755.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 5)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 10 (ตุลาคม 2545) : 848-853
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 6)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 11 (พฤศจิกายน 2545) : 552-555.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 7)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 18, 12 (ธันวาคม 2545) : 1029-1032.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 8)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 19, 1 (มกราคม 2546) : 34-39.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 9)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 19, 2 (กุมภาพันธ์ 2546) : 144-150.
---------------. "องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (ตอนที่ 10)" คลินิก : วารสารเวชปฏิบัติและการใช้ยา. 19, 3 (มีนาคม 2546) : 236-242.
เนื้อหากล่าวถึง องค์กรแห่งการเรียนรู้คืออะไร หลัก 5 ประการของ Peter Senge ความเชี่ยวชาญในการสร้างพลังแห่งตน (Personal mastery) แบบจำลองความคิด (Mental models) วิสัยทัศน์ร่วม (Shared vision) การเรียนเป็นทีม (Team learning) องค์กรแห่งการเรียนรู้กับความเข้าใจระบบที่ซับซ้อนและปรับตัว องค์กรเรียนรู้แบบเคออร์ดิก การจัดการความรู้ในองค์กร และการจัดการความรู้ในระดับประเทศ
สุจิตร สุวภาพ. "บทบัญญัติบางประการในการจัดการความรู้" วารสารห้องสมุด. 47, 4 (ต.ค.-ธ.ค. 2546) : 55-63.
เนื้อหากล่าวถึงบทบัญญัติซึ่งเป็นหลักการเบื้องต้น 10 ประการ ในการจัดการความรู้ ได้แก่ 1.การจัดการความรู้เป้นเรื่องีท่มีตุนทุนสูง 2.การจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาอย่างผสมผสานระหว่างคนและเทคโนโลยี 3.การจัดการความรู้เป็นเรื่องการเมือง 4.การจัดการความรู้ที่มีประสิทธิผลต้องการผู้จัดการที่มีความรู้ เป็นต้น
  • เว็บไซต์
    http://www.kmi.or.th
    สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม
    ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ ได้แก่ ความหมายของการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคม บทบาทผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้ แก่นของการจัดการความรู้ องค์การเรียนรู้และการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ในหน่วยราชการ นอกจากนี้มีรวบบทความด้านการจัดการความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ ฯลฯ
http://micor.se-ed.com/content/MC177_110.htm
เป็นบทความของรองศาสตราจารย์ยืน ภู่วรวรรณ ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ในด้านต่างๆ ได้แก่ ความรู้คืออะไร ฐานความรู้ และการเรียนรู้ขององค์กรความรอบรู้มาจากข้อมูล ทำไมต้องจัดการให้มีดาต้าแวร์เฮาส์ ดาต้ามายนิ่ง การจัดการความรอบรู้ ศาสตร์ของการจัดการความรอบรู้ยังกว้างและอนาคตการจัดการความรู้
http://home.kku.ac.th/km/
เป็นเว็บเพจของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ดำเนินการทางด้านการจัดการความรู้ในด้านต่างๆนับตั้งแต่ KM ของมหาวิทยาลัย KM ที่น่าสนใจ บทความยุทธศษสตร์การจัดการความรู้ และแนวทางการจัดการความรู้ นอกจากนัน้ยังสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเกี่ยวกับแก่นสารการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ในการเป็นคุณ "อำนวย" และวรรคทองทฤษฎีการจัดการความรู้ เป็นต้น โดยนำเสนอในรูปแบบของ Ms Power point | VTLS Client | VTLS Lang