25 กุมภาพันธ์ 2468 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 7 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2468 (นับตามปฏิทินปัจจุบันคือ พ.ศ.2469) ตรงกับวันพฤหัสบดี เดือน 4 ขึ้น 14 ค่ำ ปีฉลู

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติยศองค์ประมุขในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของประเทศโดยสมบูรณ์ ทุกกระบวนการในพระราชพิธีมีความหมาย และแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันงดงามของชาติไทย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลำดับการพระราชพิธี ตั้งแต่ขั้นการเตรียมพระราชพิธี พระราชพิธีเบื้องต้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีเบื้องปลาย ดังนี้

การเตรียมพระราชพิธี

การจารึกพระสุบรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพและแกะพระราชลัญจร

เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2468 เรื่อยมา ประกอบด้วยพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ (แผ่นทอง) ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม การจารึกพระสุพรรณบัฏพระบรมนามาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ การแกะพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินทำด้วยงากลึง และจัดเตรียมตกแต่งสถานที่ต่างๆ ตามโบราณราชประเพณี

4 กุมภาพันธ์ 2468 หัวเมืองมณฑลต่างๆ ตั้งพิธีเสกน้ำมูรธาภิเษก รวม 17 มณฑล 18 แห่ง เมื่อเสร็จแล้วก็จัดส่ง เพื่อตั้งในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

20 กุมภาพันธ์ 2468 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินถวายบังคมพระบรมอัฐิบูรพมหากษัตริยาธิราชและสมเด็จพระบรมราชินีในพระบรมจักรีวงศ์

พระราชพิธีเบื้องต้น

21-24 กุมภาพันธ์ 2468 เป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีตั้งน้ำวงด้าย (สายสิญจน์) ณ พระมหามณเฑียร จุดเทียนชัย พิธีถวายน้ำพระมหาสังข์ และวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2468 มีพิธีการที่สำคัญ คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจบเครื่องบวงสรวง เครื่องสักการะบูชา และเทียนชนวนพระราชทานให้เจ้าพนักงานนำไปบูชาพระสยามเทวาธิราช พระมหาเศวตฉัตรในพระราชมณเฑียรสถานในพระบรมมหาราชวัง และสถานที่เคารพต่างๆ รวม 17 แห่ง

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เสด็จสรงมุรธาภิเษกฯ ณ  มณฑปพระกระยาสนาน

มหาศุภมงคลพระฤกษ์สำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ เดือน 4 ขึ้น 14 ค่ำ ปีฉลู สัปตศก เริ่มด้วยเวลา 09.15 นาฬิกา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งบรมพิมานโดยกระบวนราบ ประทับพระราชยานกง ไปประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ หมู่พระมหามณเฑียร เวลาพระฤกษ์ 9.53 น. ทำพิธีสรงพระมุรธาภิเษก (การรดน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้พลีกรรมตักน้ำและเสกทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้) ถือเป็นพิธีสำคัญที่สุดอีกหนึ่งขั้นตอน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศ เสด็จขึ้นประทับ ณ หอพระสุราลัยพิมาน ทรงพระภูษาขาว สะพักขาวขลิบทองนพคุณโหรบูชาพระฤกษ์พระราชครูวามเทพมุนี เจ้ากรมพราหมณ์พิธี กราบบังคมทูลเชิญเสด็จสรงน้ำมูรธาภิเษก ที่พระมณฑปพระกระยาสนาน ทรงขึ้นประทับตั่งไม้อุทุมพรพันผ้าขาว ทรงเหยียบ ใบตะขบ ผันพระพักตร์สู่ทิศอีสาน ทรงรับพระเครื่องกระยาสนานและสหัสธารา พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ ถวายน้ำพระพุทธมนต์ที่พระอังสาและพระหัตถ์ พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่และพราหมณ์ถวายน้ำจากพระเต้าต่างๆ พราหมณ์ถวาย น้ำพระมหาสังข์และพระครอบเสร็จพิธีแล้ว เสด็จสู่หอพระสุราลัยพิมาน ราชบัณฑิตถวายน้ำอภิเษก พระครูวามเทพมุนีร่าย เวทย์สรรเสริญไกลาส ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมราชาภิเษก และเครื่องประดับอิสริยยศ

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับพระราชบัลลังก์ พร้อมด้วยราชบริพาร เชิญเครื่องราชูปโภค

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการแก่พสกนิกร ไว้ว่า “ดูกรพราหมณ์ บัดนี้เราทรงราชภาระครองแผ่นดินโดยธรรมสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชน เราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติ เปนที่พึ่ง จัดการปกครองรักษาป้องกัน อันเปนธรรมสืบไป ท่านทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบาย เทอญฯ”

พระราชพิธีเบื้องปลาย มีลำดับพิธีการดังนี้

พระราชพิธีเสด็จมหาสมาคม

เวลาบ่าย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตาลทองคำ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ผู้แทนพระราชาธิบดีและประธานาธิบดี คณะทูตานุทูต ข้าราชการ เฝ้าฯ ตามตำแหน่ง

พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายใน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลถวายชัยมงคล แล้วทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาหม่อมเจ้ารำไพพรรณี พระวรราชชายา ขึ้นเป็น “สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี” นับเป็นพระอัครมเหสีพระองค์แรกที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินีในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เวลาเย็น เสด็จโดยขบวนพยุหยาตราเป็นพระฤกษ์คราวแรก สู่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และทรงประกาศพระองค์เป็นพระพุทธศาสนูปถัมภก

พระราชพิธีการเฉลิมพระราชมณเฑียร

ตามโบราณราชประเพณีนั้น เมื่อพระมหากษัตริย์ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ต้องมีการพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรต่อเนื่องกันไปด้วยเสมือนเป็นพิธีขึ้นบ้านใหม่ของพระเจ้าแผ่นดิน ช่วงค่ำ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระมหามณเฑียร พระราชวงศ์ฝ่ายในเชิญเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรและเครื่องราชูปโภค เมื่อถึงมหามงคลฤกษ์ เวลา 21.51 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับเสด็จขึ้นพระแท่นที่บรรทมเป็นพระฤกษ์

การเสด็จเลียบพระนคร

1 มีนาคม 2468 เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค (ทางบก) เลียบพระนครเพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้เฝ้าชมพระบารมี และเสด็จไปสักการปูชนียวัตถุสถาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

3 มีนาคม 2468 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเหนือพระราชบัลลังก์บุษบกในเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค (ทางน้ำ) ไปนมัสการปูชนียวัตถุสถาน ณ วัดอรุณราชวราราม เป็นอันเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างสมบูรณ์แบบตามโบราณราชประเพณี

สำหรับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกภาพยนตร์ในพระราชพิธีสำคัญของไทย ถ่ายทำโดยกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง เป็นภาพยนตร์ข่าว “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ปี 2468 ซึ่งต่อมาทางหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ อนุรักษ์และเก็บรักษา เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชนชาวไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:

หน่วยสนเทศสุโขทัยศึกษา ฝ่ายบริการสนเทศ
02-504-7467-68
libinfoservice@stou.ac.th

ถ้าคุณชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนของคุณ :-)

Facebook
Twitter
LinkedIn
Email

ห้องสมุดใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก