ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ปูชนียบุคคลผู้สร้างรากฐานการศึกษาไทย

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน อธิการบดีคนแรกและผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลด้านการบริหารการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย เป็นผู้นำทางความคิดและสร้างนวัตกรรมการศึกษาไทย ที่ได้รับรางวัลดีเด่นและปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ท่านมีผลงานด้านวิชาการ ทั้งงานวิจัย ตำรา บทความ เอกสารบรรยาย และปาฐกถาต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นผลงานอันทรงคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา จนเป็นที่ยอมรับจากบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ชีวิตในวัยเยาว์ แบบอย่างความเพียร

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน เกิดเมื่อวันเสาร์ที่  22 ธันวาคม พ.ศ.2477 ที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา การศึกษาในวัยเด็ก เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาช้ากว่าเด็กอื่น ๆ เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรงและบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียน จึงต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอนหนังสือให้ด้วยตนเอง ต่อมาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดท่าสะอ้าน โรงเรียนประกอบราษฎร์บำรุง โรงเรียนประชาบาลวัดกลางบางปะกง และโรงเรียนบางปะกงบวรวิทยายน ตามลำดับ ซึ่งจากการเรียนหนังสือที่บ้านทำให้รู้หนังสือก้าวหน้ามากกว่าเพื่อนร่วมชั้น จึงได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าห้องและผู้ช่วยครูมาตลอด เป็นส่วนที่หล่อหลอมรากฐานแห่งความเป็นผู้นำและความเป็นครู

สำหรับ ชีวิตในวัยเด็กต้องต่อสู้ดิ้นรนกับความลำบาก เนื่องจากบิดาเสียชีวิตตั้งแต่เรียนชั้นประถมปีที่ 3 ทำให้ได้รับหน้าที่เสาหลักของครอบครัว ดูแลงานที่บ้าน ดูแลน้อง และดูแลร้านขายของชำ พร้อมกับการเรียนหนังสือ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบางปะกงบวรวิทยายน ได้ศึกษาต่อสายศิลปะที่โรงเรียนสวนกุหลาบ เพราะชอบวิชาภาษาไทย ในระยะแรก ท่านมีปัญหาวิชาภาษาอังกฤษสอบได้คะแนนอันดับสุดท้ายในชั้นเรียน แต่ด้วยความพากเพียร จึงขวนขวายเรียนพิเศษจนสามารถสอบวิชาอังกฤษได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง และยังหารายได้พิเศษระหว่างเรียนด้วยการรับสอนพิเศษตามบ้าน ทำให้ท่านสั่งสมความสามารถในการสอนหนังสือตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ซึ่งจากอุปสรรคในวัยเด็กนั้นหล่อหลอมให้ท่านเป็นคนแข็งแกร่ง และเป็นนักแก้ปัญหาที่ดี สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้รวดเร็ว และตัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง

“…นอกจากเรื่องการชินกับการทํางานหนัก ต่อสู้กับชีวิตมาตลอดจนมีความมั่นใจว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถ ถ้าเราสู้ชีวิตและขอแค่ทําทุกอย่างให้ดีสุดไม่ว่าจะทําอะไรแล้ว…” (อมรวิชช์ นาครทรรพ, 2558)

หลังจากการศึกษาจบชั้นมัธยมปีที่ 8 ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาเอกการสอนภาษาอังกฤษและภาษาไทย โดยทุนของกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะประกอบอาชีพครู และสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ดังนี้

  • พ.ศ. 2502 ปริญญาตรี อักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2504 ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2507 ปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย Minnesota สหรัฐอเมริกา ได้รับทุนจากมูลนิธิฟุลไบรท์
  • พ.ศ. 2510 ปริญญาเอก สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย Minnesota สหรัฐอเมริกา ได้รับทุนของมหาวิทยาลัย Minnesota
  • พ.ศ. 2519 – 2520 หลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 19 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

เส้นทางสู่เกียรติศักดิ์นักบริหารการศึกษา

“ผมเป็นครูโดยอาชีพ ผมตั้งใจและรักที่จะเป็นครู ปัจจุบันผมก็ยังไม่ได้หยุดสอน แต่ผมก็มีความสุข สนุกกับการทำงานตรงจุดนี้ ผมไม่เคยท้อแท้ เพราะเห็นว่างานที่ทำมันจะสร้างความเจริญให้กับสังคม ให้กับการศึกษาไทยได้ และด้วยการศึกษานี่เองจะเป็นพื้นฐานการพัฒนาในทุกอย่าง ดังนั้นถ้าการศึกษาไม่ดี เราก็จะไม่สามารถพัฒนาคนได้” คำกล่าวของศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ที่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและความภาคภูมิใจในวิชาชีพครู

เมื่อปี พ.ศ.2504 ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน เริ่มรับราชการในตำแหน่งอาจารย์ ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าเลขานุการ ดูแลงานธุรการและงานบริหารของคณะ ด้วยความรู้ความสามารถในการบริหารและการแก้ปัญหาทางการศึกษา จึงได้รับดำรงตำแหน่งบริหารที่สำคัญ ๆ อาทิ อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เลขานุการบริหารมหาวิทยาลัย เลขาธิการมหาวิทยาลัย เลขานุการรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัย รองอธิการบดี รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง ได้แก่ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ.2549-2551

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน กับการอุดมศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ปฏิบัติงานด้านการบริหารการศึกษาในหน้าที่สำคัญ ๆ อาทิ การแก้ปัญหาทางการบริหาร ความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัย ด้วยความรู้ความสามารถและคุณธรรมของผู้นำ จึงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ รองอธิการบดี อธิการบดีมหาวิทยาลัย รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย

เมื่อปี พ.ศ. 2514 ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นงานที่ต้องประสานขอความร่วมมือจากอาจารย์อาวุโส ได้ยึดถือหลักการทำงานด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีการทำงานเป็นทีม ทำให้ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายจนสามารถดำเนินงานบริหารมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก

เมื่อปี พ.ศ.2517 ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงในขณะอายุยังน้อยในวัยเพียง 40 ปี และได้รับมอบหมายให้รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง จนได้รับขนานนามในหนังสือ Who is Who in Thailand ว่า “นักดับปัญหาทางการศึกษา” (Educational Troubleshooter)

“…เมื่อต้องมีชีวิตแบบนี้ก็ต้องสั่งสมประสบการณ์หลากหลาย ยิ่งมากขึ้นก็ยิ่งชินกับเรื่องของการทํางานต่อสู้เอาชนะอุปสรรค และทุกครั้งที่ผ่านมาได้ก็สะสมความมั่นใจมากขึ้นด้วย ไม่ใช่ความมั่นใจในตัวเอง แต่คือความมั่นใจว่าชีวิตคือการต่อสู้และไม่มีอะไรที่อยู่เหนือความสามารถถ้าเราทุ่มเทความพยายามให้เต็มที่…” (อมรวิชช์ นาครทรรพ, 2558: 56) แสดงให้เห็นถึงความมีเลือดนักสู้และวิญญาณนักต่อสู้

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ได้แก่

  • พ.ศ. 2520 รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • พ.ศ. 2521 รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • พ.ศ. 2521 – 2530 อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • พ.ศ.2535-2543 อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • พ.ศ.2536-2541 รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  • พ.ศ.2549 – 2550 อธิการบดีสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์

นอกจากนี้ ได้คิดสร้างสิ่งใหม่ๆ และผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์ “จุดประกาย ขายความคิด พิชิตความเปลี่ยนแปลง และสร้างความต่อเนื่อง” ได้แก่ ริเริ่มมหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ งานสหกิจศึกษา งานวิจัยสถาบัน และงานค่ายอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยในเรือนจำ โครงการนักเรียนทุนการศึกษาเสริมสมอง ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนระดับประถมศึกษาให้มีโอกาสได้เรียนจนถึงระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่ถนัด

ก่อตั้ง มสธ. มหาวิทยาลัยเปิดด้านการศึกษาทางไกล

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้รับการยกย่องว่า “บิดาแห่งการศึกษาทางไกลของประเทศไทย” เป็นผู้นำระบบการศึกษาทางไกลมาใช้ เพื่อบรรเทาปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษา เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อปี พ.ศ.2521 มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ถือเป็น “นวัตกรรมอุดมศึกษาของประเทศไทย” ที่ให้โอกาสทางการศึกษา จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นสถาบันที่เป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยเปิดในระบบการสอนทางไกลที่ใช้สื่อประสมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และได้รับการยกย่องจากสภาการศึกษาทางไกลระหว่างประเทศให้เป็นมหาวิทยาลัยเปิดดีเด่นของโลก และได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่เกิดจากความคิด สติปัญญาและความสามารถของคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อมั่นว่า มหาวิทยาลัยเปิดจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้ เมื่อศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ได้ดำรงตำแหน่งรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย จึงได้เสนอแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเปิดตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา สร้างโอกาสทางการศึกษาต่อในระดับปริญญา โดยอาศัยสื่อการสอนทางไปรษณีย์ วิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน จนสำเร็จได้ยกร่างโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเปิด มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเพื่อให้มหาวิทยาลัยเปิดเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัย ว่า “สุโขทัยธรรมาธิราช” ตามพระนามทรงกรมในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ผู้พระราชทานสิทธิเสรีภาพและผู้ทรงสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ยังได้รับความไว้วางใจจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรก เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2522 ดังคำกล่าวว่า “จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้สมกับความไว้วางใจที่ประเทศชาติและประชาชนมอบให้” ซึ่งความสำเร็จของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในระยะที่ท่านเป็นอธิการบดี เกิดจากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากที่สุด การทำงานเป็นทีม และการเป็นที่พึ่งของผู้อื่น โดยยึดหลัก “การบริการคืองานของเรา

หยั่งรากแห่งความมั่นคงของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในปี พ.ศ. 2533 เป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในปี พ.ศ. 2535 โดยได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของทั้งสองมหาวิทยาลัย ซึ่งถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมเชิงระบบบริหารเต็มรูปแบบ ด้วยความเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐหรือเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งระบบราชการไม่เอื้อต่อการทำงานของมหาวิทยาลัย เป็นการสืบทอดเจตนารมย์ “กระบวนการสวางคนิวาส” ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2506 ที่มุ่งหวังให้สถาบันอุดมศึกษาเจริญรุดหน้า เป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และมีอิสรภาพในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ และการดําเนินภารกิจทุก ๆ ด้าน ด้วยหลักการที่เน้นประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลและการเงินที่มีความคล่องตัว เพื่อดึงดูดคนดีคนเก่่งเข้ามาเป็นอาจารย์และนักวิจัยในมหาวิทยาลัย

บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

ปี พ.ศ. 2552 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ประกาศเกียรติคุณให้ ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน เป็น “บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย” ถือเป็นบุคคลแรกที่นำระบบสหกิจศึกษาเข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ริเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2536

สหกิจศึกษา (Cooperative Education) เป็นระบบการศึกษาที่จัดให้มีการเรียนการสอนในสถานศึกษาสลับกับการไปหาประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง ณ สถานประกอบการ ด้วยความร่วมมือจากสถานประกอบการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนกับการปฏิบัติงาน (Work Integrated Learning)

“นวัตกรรมวิจิตร” ผลงานจากแนวคิดสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

นวัตกรรมอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นจากแนวคิดและการดำเนินการโดยศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ที่ได้คิดสร้างสิ่งใหม่ๆ และผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ชีวิต และสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย 8 นวัตกรรม ดังนี้

  1. นวัตกรรมค่ายอาสาสมัคร
  2. นวัตกรรมการวิจัยสถาบัน
  3. นวัตกรรมการศึกษาทางไกลในระบบเปิด
  4. นวัตกรรมสาธิตเสริมสมอง
  5. นวัตกรรมมหาวิทยาลัยในเรือนจำ
  6. นวัตกรรมมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
  7. นวัตกรรมสหกิจศึกษา
  8. นวัตกรรมพัฒนาบุคลากรตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพอุดมศึกษา

เอกสารอ้างอิง

อมรวิทย์ นาครทรรพ. (2558). วิจิตรกิตติการ. ศูนย์บรรณสารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
9/9 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

ผู้เขียนบทความ

รัชกร คงเจริญ
รัชกร คงเจริญ
บรรณารักษ์ สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ถ้าคุณชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนของคุณ :-)

Facebook
Twitter
Email
Print

ห้องสมุดใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก