วิธีสืบค้นข้อมูลจากวารสารแบบชาญฉลาด ตรงจุด ตรงประเด็น

นักวิจัยเกือบทุกคนมักจะประสบปัญหากว่าจะผลิตผลงานวิจัยได้สักเรื่อง ตีพิมพ์วารสารวิชาการได้แต่ละฉบับต้องผ่านการอ่านและค้นคว้าข้อมูลจากวารสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เปเปอร์” มามากแค่ไหน วันนี้ ดร.หนิง หนิง (Dr.Ning Ning) ที่ปรึกษาด้านการแก้ปัญหา แห่งสถาบันฐานข้อมูลวิจัยทอมสัน รอยเตอร์ (Thomson Reuters) กล่าวในการบรรยายพิเศษเรื่อง “Connecting The Dots Across The Research Ecosystem” ในการประชุม “นักวิจัยรุ่นใหม่ พบเมธีวิจัยอาวุโส สกว.” ครั้งที่ 14 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ต.ค. 57 ณ โรมแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี ว่า เคล็ดลับในการกรองข้อมูลที่ตรงประเด็นต่อสายงานต่างๆ มี 3 วิธีด้วยกัน ได้แก่

  1. การจัดหมวดหมู่การสืบค้น (Categories) โดยเลือกดูจากหมวดหมู่ของงานวิจัย เพื่อหาว่ามีงานใดที่มีความสำคัญต่อศาสตร์นั้นๆ บ้าง โดยอาจเลือกดูจากการจัดอันดับวารสาร หรือการจัดอันดับสาขาวิชาของวารสาร ในกรณีที่วารสารมีการตีพิมพ์งานที่หลากหลาย ก็อาจมีความจำเป็นต้องดูการจัดอันดับจากดัชนีชี้วัดแยกเฉพาะตามสาขาวิชาไป ในขณะที่งานวิจัยใดที่มีควาหลากหลายของสาขาวิชามาก ก็มีแนวโน้มที่จะมีอิทธิพลต่อผู้คนมากกว่างานวิจัยสาขาเดี่ยว
  2. การใช้คำค้นสื่อความหมาย (Text mining/Text clustering) โดยการใช้คีย์เวิร์ดที่บางทีคำ 1 คำอาจปรากฏอยู่ในงานวิจัยหลายสาขาวิชา นอกจากนั้นการใช้คำค้น ยังใช้ได้กับการหาสิทธิบัตร หาวารสาร หรือหัวข้อที่เป็นกระแสในด้านของการวิจัยและพัฒนาในปัจจุบันได้ นอกจากนี้ยังสามารถจัดกลุ่ม (Clustering) ตามการอ้างอิง เพื่อจะได้เห็นภาพรวมว่าแต่ละสาขาวิชา มีความสนใจแหล่งเงินทุนที่เกี่ยวพันกันอย่างไรบ้าง
  3. การเชื่อมโยงข้อมูล (Connection of information) เพราะในปัจจุบันข้อมูลกระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ เหมือนเป็นจุดที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งผู้วิจัยมีหน้าที่เชื่อมโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกัน ประกอบกับการหาหัวข้อเชิงกว้าง การติดต่อกับกลุ่มองค์กร เช่น มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยและบริษัทต่างๆ เพื่อหาความร่วมมือทางการวิจัย

นอกจากนี้อิทธิพลของงานวิจัยยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของงาน ความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรต่างๆ และการประยุกต์ให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เช่น การมีสิทธิบัตร งานวิจัยจึงต้องมีความเกี่ยวโยงกับภาคส่วนต่างๆ ที่มีบทบาทในการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยควรสนับสนุนให้มีการแบ่งปันข้อมูล และเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก โดยสร้างระบบจัดการฐานข้อมูลในสถาบันให้เชื่อมโยงถึงกัน (http://dric.nrct.go.th/index.php?page=pr&pr_id=681&pr_type=2)