การลงทุนในทองคำ

gt014

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจการลงทุนในทองคำ “ทอง” รูปแบบการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทองคำแท่งที่ตลาดโตขึ้นทุกปี ด้วยหลากเหตุผลไม่ว่าจะเป็นการซื้อง่ายขายสะดวก ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหรือต้นทุนการลงทุนที่ต่ำกว่าทองรูปพรรณ แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สิน ไม่เหมือนกับการใส่ทองสวยๆ ในชีวิตประจำวันที่ก็จัดว่าเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย โดยที่มาของราคาทอง ราคาทองของสมาคมค้าทองคำนั้น บางคนอาจจะสงสัยว่าเขาอ้างอิงการตั้งราคาทองแต่ละวันนั้น การตั้งราคาทองนั้นอ้างอิงจาก 2 ปัจจัยหลักก็คือ Goldspot และค่าเงินบาท Goldspot คือราคาทองเมืองนอก ซึ่งจะมีหน่วยเป็นเงินดอลล่าร์ ราคาทองจะวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมง โดยมีแรงซื้อขายจากตลาดทั่วโลก กราฟราคาทองตัวนี้จึงมีความจำเป็นสำหรับนักลงทุน ในการดูทิศทางราคาทองคำ อีกส่วนหนึ่งคือ USD – THB คือ ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลล่าร์ ราคาทองใช้เงินสกุลดอลล่าร์เป็นหลัก เมื่อจะแปลงราคามาเป็นราคาในเมืองไทย จึงต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์ มาตีเป็นราคาซื้อขาย

ประเภทของทองคำแท่ง

          หากพูดถึงทองคำแท่งแล้ว ต้องบอกว่าโดยทั่วๆ ที่ลงทุนกันมี 2 แบบคือความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% ซึ่งในไทยเรานิยมการลงทุนในทองคำ 96.5% ขณะที่ต่างประเทศจะนิยมลงทุนทองคำ 99.99% ในส่วนของน้ำหนัก ที่เคยได้ยินกันว่าหนักกี่บาท ๆ เราเทียบได้ว่าทองคำแท่ง น้ำหนัก 1บาท จะเท่ากับ 15.244 กรัม

 

ปัจจัยที่กำหนดราคาทองคำในตลาดโลก เป็นอีกเรื่องสำคัญที่นักลงทุนควรรู้และติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
จึงอยากนำมาเสนอ 5 ปัจจัย  คือ

1) ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ : เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ มีสัญญาณอ่อนค่าลง ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ถือ
ครองเงินเหรียญสหรัฐฯ มักจะกระจายความเสี่ยงโดยแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสกุลอื่นๆ
รวมถึงทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเรื่องค่าเงินของยักษ์ใหญ่อเมริกาเหนือจึงเป็นสิ่งที่ต้อง
คอยติดตามครับ

2) ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ : ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จัดว่าให้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ เมื่อไหร่ที่เริ่มมีความกังวัลว่าเงินเฟ้อจะมากขึ้น มักส่งผลดีต่อทองเช่นกัน

3) ความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศและระบบการเงิน : ราคาทองคำมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนสูงในระบบการเงินโลกครับ

4) อุปสงค์และอุปทานในตลาด : อุปทานของทองคำหลักๆ แล้วจะมาจากผลผลิตของเหมืองแร่ธนาคารกลาง ตามมาด้วยเศษทองคำเก่าที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ การขายจากหน่วยงานภาครัฐ และการขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ผลิต และในส่วนของอุปสงค์ มีมาจากทั้งภาคเครื่องประดับ ภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ และภาคการลงทุน แต่ภาคการลงทุนตอนนี้ มีความต้องการทองคำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

5) ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ราคาทองคำในประเทศไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เนื่องจากไทยเรานั้นไม่ได้ผลิตทองคำเอง จึงต้องนำเข้าทองคำจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งตลาดทองคำโดยทั่วไป มักจะใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ ในการซื้อขาย อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐฯ จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อราคาในบ้านเราครับจากความรู้ข้างต้นนี้อาจช่วยให้คุณเริ่มเห็นโอกาสของการลงทุนในทองกันบ้าง  สำหรับท่านที่สนใจเรื่องราวการลงทุนเกี่ยวกับทองคำ หรือลงทุนในอย่างอื่น ควรศึกษาให้ดีและเข้าใจตลอดจนยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนที่อาจจะเกิดขึ้น การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงครับ

 

ที่มา :  สมาคมค้าทองคำ https://www.goldtraders.or.th/