10 New Normal เทคฯ ดิจิทัล เครื่องมือสำคัญเพื่อการอยู่รอดจากภาวะวิกฤติ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในหลายๆด้าน เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์และการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้เกิดข้อจำกัดในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การดำเนินชีวิต หลายๆ และหลายกิจการเกิดการหยุดชะงัก ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เกิดคำว่า  “New Normal” ที่กำลังจะก้าวเข้ามาในวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะในแง่ของวัฒนธรรม  พฤติกรรมของคนในสังคม รวมทั้งระบบเทคโนโลยี ซึ่งจำเป็นต้องรู้เท่าทัน
     สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดยสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (Innovation Foresight Institute: IFI)  ได้ทำการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด – 19  และพบว่า New Normal กำลังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมชีวิตประจำวันคือ “ระบบดิจิทัล ( Digital) ที่ได้ช่วยสร้างทั้งปฏิสัมพันธ์ การทำธุรกรรม การเชื่อมต่อทุกภาคส่วนให้เข้าถึงกัน โดยประกอบด้วย 10 เครื่องมือที่น่าสนใจและสามารถช่วยมนุษยชาติให้อยู่รอดภายใต้การระบาดของไวรัสดังกล่าวได้ มี 10 ประเด็น ดังนี้

1. Blockchain Technology : การบริหารจัดการระบบข้อมูล โดยเฉพาะในทางการแพทย์ ตลอดจนการติดตามอุปกรณ์ หรือสิ่งของสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ฯลฯ ให้กับหน่วยบริการทางการแพทย์และสาธารณชน

2. โซเชียลมีเดีย (Social Media) โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ จะมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสาร การเป็นพื้นที่ค้าขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเป็นสังคมแห่งการรวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด รวมทั้งเป็นพื้นที่ของข้อมูลที่สามารถศึกษาและแบ่งปันระหว่างกันได้ทั้งในเชิงอรรถประโยชน์และความบันเทิง

3. เทคโนโลยีเอไอ (AI Platform) ในช่วงการระบาดและหลังการเกิดโควิด – 19 นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ AI ในการประมวลผล พร้อมกับค้นหางานวิจัยหรือบทความทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบและวิธีการรับมือกับการแพร่ระบาด หรือการเกิดขึ้นใหม่ของเชื้อโรคบางชนิด

4. แชทบอท (Chatbot)  ระบบการตอบคำถามอัตโนมัติที่ใช้สำหรับองค์กร โดยจะเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยในการให้ข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดสิ่งต่าง ๆ เช่น การให้บริการขององค์กร ราคาสินค้า พร้อมทั้งยังสามารถนำไปใช้ในทางการแพทย์ ที่ทำได้ทั้งการวินัยโรคเบื้องต้นให้กับผู้ป่วย การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเอง

5. หุ่นยนต์ (Robots)  หลังจากนี้จะถูกนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรม การเป็นแรงงานในภาคบริการ เป็นผู้ช่วยด้านการแพทย์ทั้งการตรวจสอบ การช่วยรักษา และยังมีโอกาสที่จะแทนที่ในบางอาชีพอีกด้วย

6. 5G  ที่จะช่วยเชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกให้เข้าถึงกันเร็วขึ้น รวมทั้งทำให้การเว้นระยะห่างทางสังคมมีประสิทธิภาพ เนื่องด้วยคุณภาพของสัญญาณจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่มีความรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา

7.การประชุมทางไกล (Video Conference) การประชุมออนไลน์เป็นทางเลือกที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ในแต่ละองค์กรที่ยังไม่สามารถพบเจอกันได้ ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีนี้จะยิ่งทวีความสำคัญทั้งการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมรูปแบบใหม่จากสตาร์ทอัพ ทำให้แต่ละองค์กรมีทางเลือกมากขึ้น ช่วยประหยัดเวลา และลดความเสี่ยงของโรคต่างที่เกิดจากการพบปะให้น้อยลง

8. เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR/VR Technology) เป็นนวัตกรรมที่ทำให้หลายธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถทดลอง – เห็นสินค้าหรือบริการได้ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ยังช่วยฝึกทักษะให้กับพนักงานในธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องใช้ฝีมือในการปฏิบัติงาน มีความเชี่ยวชาญในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย

9. ระบบการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) เทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถช่วยผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาลได้ รวมทั้งช่วยในการผลิตชิ้นส่วนทางอุตสาหกรรม การออกแบบอวัยวะเทียม และชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตสามารถลดต้นทุนการออกแบบได้

10. อากาศยานไร้คนขับ (Drones) เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยลดภาระในการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งอุปกรณ์การแพทย์ในยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันความมั่นคง ตลอดจนการช่วยดูแลไร่นาของเกษตรกร ลดปัญหาการดูแลไม่ทั่วถึงได้เป็นอย่างดี

วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ทำให้เห็นว่า การสร้างระบบดิจิทัลของตัวเองสามารถที่จะขับเคลื่อนภาคส่วนต่าง ๆ ให้เติบโตได้แม้ว่าจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้ จะกลายเป็น New Normal ของสังคมและเศรษฐกิจในระดับโลกที่ควรต้องศึกษาและใช้ให้เป็น เพราะทุกอย่างมักเกิดขึ้นเร็วโดยที่ไม่ทันตั้งตัว หากหยุดนิ่งและไม่ปรับตัว เรียนรู้ ความเปลี่ยนแปลงและเป็นไปของโลกปัจจุบัน ย่อมก็มีโอกาสสูงที่จะตกขอบโลก เพราะปรับตัวตามกระแสเทคโนโลยีดิจิทัลไม่ทัน

ที่มา : https://ifi.nia.or.th/
ภาพประกอบ : https://pixabay.com/