5 วิธีฟื้นฟูจิตใจก้าวผ่านวิกฤต COVID-19

แม้สถานการ์การแพร่ระบาด COVID-19 เริ่มจะคลี่คลายลง การปลด Lock Down ทำให้สามารถออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติกันมากขึ้น แต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติ และมาตรการที่เข้มงวดทางสังคมที่จะต้องทำร่วมกัน  หรือที่เรียกว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบ New Normal เพื่อป้องกัน ไม่ให้มีการแพร่ระบาด ครั้งใหม่เกิดขึ้น

ซึ่ง COVID-19 ทำให้มีการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบกระทันหันนั้น ได้ส่งผลกระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการใช้ชีวิต  เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยเฉพาะผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ที่หากเราไม่รู้จักวิธีรับมืออย่างถูกวิธีในระยะยาว อาจสร้างบาดแผลทางจิตใจ ส่งผลให้เกิดเป็นโรคทางจิตเวชต่าง ๆ ตามมาได้ จึงได้รวบรวมวิธี การรับมือกับสภาพจิตใจ ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤต มาให้ ได้ลองทำตามกัน ดังนี้

1. มีสติและอยู่กับปัจจุบัน  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การตั้งสติ ทำความเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้น เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ควรกลับมาอยู่ กับปัจจุบัน รู้ทันและเปิดรับการมีอยู่ของอารมณ์ ความรู้สึก เพราะเป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ มักจะมีความคิดที่เป็นกังวลเกิดขึ้นมาเสมอ ดังนั้นการมีสติเข้าใจตัวเอง กล้าเผชิญหน้า กับปัญหาที่เข้ามา และดูว่ามีอะไร ที่เราสามารถ ทำได้บ้าง คือวิธีรับมือที่ดีที่สุด

2. ค้นพบตัวตนในมุมใหม่  หลายคนอาจจะมองว่า ช่วงนี้มีเวลาว่าง และอยู่กับตัวเองมากเกินไป จนจิตใจห่อเหี่ยว ไม่ค่อยได้ออกไป พบปะเพื่อนฝูง เหมือนเมื่อก่อน แต่จริง ๆ แล้ว การได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นนั้น อาจทำให้เราพบเห็นตัวเอง ในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น จากที่ทำอาหารไม่เป็น ก็ค้นพบว่า ตัวเองสามารถทำอาหารได้อร่อย แถมยังเป็น กิจกรรมที่สร้างสรรค์ ช่วยกระชับความสัมพันธ์ ของคนในครอบครัว ได้เป็นอย่างดี หรือบางคน ที่เคยคิดว่า ตัวเองลดน้ำหนักไม่ได้ ก็ใช้ช่วงเวลานี้ ซุ่มฟิตหุ่น ออกกำลังกายเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ ที่ดีขึ้นทั้งรูปร่าง สุขภาพ  และจิตใจ

3. ติดตามข่าวสารแต่พอดี  การเสพข่าวสาร เกี่ยวกับ COVID-19 ยังเป็นเรื่องจำเป็น แต่การรับรู้ข้อมูลมากเกินไปอาจทำให้เกิดความวิตก กังวลได้ ดังนั้น ควรติดตามข่าวสารแต่พอดี เพื่อป้องกันการเสพสื่อมากเกินจนรู้สึกแพนิก และเลือกเสพเฉพาะแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น หน่วยงานรัฐบาล และองค์กรด้านสาธารณสุข ไม่ส่งต่อข่าวที่ได้รับมาจากในแชทแอปพลิเคชัน  เนื่องจากมีโอกาส เป็น Fake News สูง

4. ส่งต่อพลังใจที่สร้างสรรค์  แม้จะต้องเว้นระยะห่างทางสังคม หรือปรับพฤติกรรม การชีวิตให้เป็นแบบ New Normal แต่เราก็ยังสามารถ ดูแล และใส่ใจคนรอบข้างได้ ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผ่านแชทแอปพลิเคชัน Video Call ฯลฯ ได้ตามปกติ หรือหากเดินผ่านก็ส่งรอยยิ้ม ทักทายกัน โดยแนะนำว่า ให้พยายามหลีกเลี่ยง การพูดถึงเรื่องเครียด และเปลี่ยนไปคุยกันในเรื่องทั่วไป ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของคนรอบข้างบ้าง แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้ จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยว และบรรเทาจากความเครียดของตัวเราเอง และคนรอบข้างได้

5. ปรึกษาจิตแพทย์  ในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้หลายคน อาจจะต้องเผชิญกับความเครียด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นของแต่ละคนนั้น มีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน คนทั่วไปอาจจะใช้เวลาในการปรับตัวไม่นาน แต่คนที่มีปัญหารุมเร้า ได้รับผลกระทบเยอะจนจัดการกับความเครียดได้ไม่ดีพอ หรือผู้ที่มีอาการทางจิตเวช อาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษา และพูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อหาวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน การปรึกษาจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว อีกต่อไป เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสุขภาพจิตได้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังทำให้เรารับมือกับปัญหาอื่น ๆ ได้ดีขึ้นด้วย

 

ที่มา:  https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/covid-19/

ข้อมูลโดย อ. นพ.กานต์ จำรูญโรจน์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล