เทคนิคเตรียมตัวใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข

ในยุคนี้ที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ยิ่งต้องหาทางหนีที่ไล่ให้ชีวิตหลังเกษียณ การเตรียมตัวใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข ต้องเริ่มจากการปลดหนี้ปลดสินให้หมด ถ้าแก่แล้วยังต้องหาเงินผ่อนบ้าน เป็นใครก็คงต้องเครียด นอกจากจะไม่มีหนี้แล้ว ยังต้องขยันหาเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ มีสูตรคำนวนว่า ให้วาดภาพหลังรีไทร์ว่าเราอยากมีชีวิตอย่างไร และแต่ละเดือนต้องใช้จ่ายเงินเท่าไหร่ แล้วเอาจำนวนเงินที่ต้องใช้คูณด้วยอายุที่เหลืออยู่หลังเกษียณ

                1. Step Self Reflection ฝึกละวางและมองเชิงบวก

แม้วัยเกษียณจะมีจุดด้อยด้านกําลังวังชา แต่ในด้านการพัฒนาจิตใจแล้ว นับเป็นช่วงเวลาที่มีต้นทุนชีวิตสูงสุด เพราะได้สั่งสม ประสบการณ์ผ่านวัยรุ่นและวัยทํางานมาแล้วหากนํามาพัฒนาต่อ จะนําไปสู่ความมีวุฒิภาวะและปัญญาในท้ายที่สุดต้นทุนดังกล่าวจะช่วยให้ผู้สูงอายุมองเห็นและเข้าใจความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตามความเป็นจริงได้ หากผู้สูงอายุนําประสบการณ์ที่ผ่านมาของตนใช้พิจารณาความเป็นไปรอบตัวได้เช่นนี้จิตใจก็จะโปร่งเบาตัดห่วงกังวลได้ หากรักษาใจให้ผ่องใสเช่นนี้ได้อยู่เสมอความทุกข์ใจก็จะลดลง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้สูงอายุหลายท่านมีมุมมองชีวิตเชิงบวก

                2. Step Get a Hobby งานอดิเรกรักษาใจให้สดชื่น

เสียดายว่าในช่วงวัยหนุ่มสาวและวัยทํางาน หลายคนมองข้ามประโยชน์ ของงานอดิเรก จึงปล่อยให้เวลาว่างผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แต่ทราบหรือไม่ว่า การมีงานอดิเรกหรือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตนเองชอบและทําอย่างต่อเนื่องในยามว่าง มีส่วนช่วยให้บุคคลนั้น ๆ ปรับตัวง่ายขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ นอกจากได้รับความเพลิดเพลินแล้ว การทํางานอดิเรกยังช่วยขยายขอบเขตความรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษอื่น ๆ นอกเหนือไปจากการทํางานประจําด้วย หากทําได้ดีและเชี่ยวชาญมากพอยังเป็นที่มาของการสร้างรายได้เสริม ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้สูงอายุมีได้อีกด้วย และหากมีรายได้พิเศษเสริมเข้ามาในช่วงบั้นปลายชีวิต งานอดิเรกสามารถนําไปสู่การขยายเครือข่ายทางสังคมช่วยให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือซึมเศร้า

                3. Step Help the Community ช่วยเหลือสังคม

ผู้สูงวัยมีประสบการณ์ทั้งในด้านความรู้และทักษะสามารถเป็นที่ปรึกษาในแวดวงที่ตนมีความชํานาญ ได้ดี อีกทั้งมีเวลาว่างจึงเหมาะกับการทํางานเพื่อสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ  เช่น งานอาสาสมัครตามโรงพยาบาล หรือครูสอนวิชาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและเป็นที่พึ่งพาแก่คนรอบข้างได้

                Did you know? งานและธรรมชาติรักษาใจ

                ผลสํารวจสุขภาพจิตของคนไทยโดยสํานักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ผู้สูงอายุที่ทํางานมีคะแนนสุขภาพจิตดีกว่าผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทํางานเล็กน้อย เมื่อจําแนกตามกลุ่มอาชีพพบว่าผู้สูงอายุที่ทํางานในภาคเกษตรกรรมมีคะแนนสุขภาพจิตเฉลี่ยสูงกว่าภาคบริการและภาคการผลิต นอกจากนี้กรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุขยังแนะนําว่าควรให้ผู้สูงอายุได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีห่างไกลโรคซึมเศร้าและสมองเสื่อม

                อย่างไรก็ตามสำคัญที่สุดคือคนวัยเกษียณต้องมองโลกในแง่ดี หางานอดิเรกที่ชอบทำ เพื่อสร้างคุณค่าในตัวเอง ทำอะไรแล้วมีความสุขก็ลุยเลย ถึงเวลาได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็น อย่าไปยึดติดกับอดีตให้ใจมันท้อจะดีที่สุด

ที่มา: นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 407