จุดเริ่มต้น

พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พุทธศักราช 2521 มาตรา 5 ระบุไว้ว่าให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมหาวิทยาลัยหนึ่ง เรียกว่า "มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช" เป็นสถาบันการศึกษาแบบไม่มีชั้นเรียนของตนเอง ดังนั้นมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชจึงทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในส่วนภูมิภาคดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์บริการการศึกษาประจำท้องถิ่น (Local Study Center) เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำปรึกษา จัดบริการสอนเสริม และอำนวยความสะดวกในการใช้สื่อการสอนเสริมของนักศึกษาตลอดจนประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างทั่วถึง ในระยะแรกได้ร่วมมือกับ วิทยาลัยครู สังกัดกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ และมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคเฉพาะในจังหวัดที่ไม่มีวิทยาลัยครูตั้งอยู่ และด้วยความร่วมมือดังกล่าว มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชจึงได้มีประกาศจัดตั้งให้หน่วยงานดังกล่าวเป็น "ศูนย์บริการการศึกษาประจำภูมิภาค" ขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 รวมทั้งสิ้น 36 แห่ง ทั่วประเทศและหลังจากนั้นได้มีประกาศฯ จัดตั้งเพิ่มเติมอีกหลายฉบับ ซึ่งศูนย์บริการการศึกษาประจำภูมิภาคนี้มีส่วนหนึ่งที่จัดเป็นลักษณะเครือข่ายบริการห้องสมุดครั้งแรก โดยเรียกว่า "หน่วยห้องสมุด" ให้บริการอยู่ในห้องสมุดของวิทยาลัยครูที่จัดตั้งเป็นศูนย์บริการการศึกษาประจำภูมิภาคแต่ละแห่ง

พัฒนาการ

จากดำริการขยายพื้นที่จัดบริการห้องสมุดสำหรับนักศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกจังหวัดของประเทศ ศูนย์บรรณสาร สนเทศจึงได้เสนอเรื่องต่อที่ประชุมสภาวิชาการมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และในการประชุมสภาวิชาการครั้งที่ 32/2524 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2524 จึงมีมติให้จัดตั้ง "หน่วยห้องสมุด มสธ." ในห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งอยู่ในสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียนเป็นหน่วยบริการห้องสมุดของมหาวิทยาลัย โดยมีการประสานความตกลงร่วมมือการดำเนินการระหว่างกัน คือ มหาวิทยาลัยจะส่งสื่อการศึกษา หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่านประกอบและสื่อการสอนที่จำเป็นที่ดำเนินการทางเทคนิคห้องสมุด พร้อมให้บริการแล้ว ให้แก่ ห้องสมุดทุกแห่ง โดยห้องสมุดแต่ละแห่งจะเตรียมครุภัณฑ์พื้นฐานของการจัดบริการห้องสมุดเช่นชั้นวางหนังสือตู้เก็บเอกสารสำนักงานเอง ส่วนการให้บริการแก่นักศึกษาจะดำเนินการโดยบรรณารักษ์ และเจ้าหน้าที่ประจำการของห้องสมุดประชาชนแต่ละแห่ง ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จัดสรรเงินงบประมาณในลักษณะเหมาจ่ายรายเดือน เป็นค่าตอบแทนบุคลากรและค่าวัสดุสำนักงาน และมหาวิทยาลัยได้มีประกาศฯ เรื่อง "การจัดตั้งหน่วยห้องสมุด มสธ." ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2524 โดยจัดตั้งหน่วยห้องสมุด มสธ. รวมทั้งสิ้น 71 แห่ง ใน 71 จังหวัดทั่วประเทศไม่รวมกรุงเทพมหานคร และเพื่อให้การปฏิบัติงานในการให้บริการแก่นักศึกษา มสธ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยจึงจัดการปฐมนิเทศบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน "มุม มสธ." ทั้งหมดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 หน่วยห้องสมุด มสธ. ดังกล่าวได้เปิดให้บริการตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา

ในการประชุมสภาวิชาการครั้งที่ 19/2525 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2525 มีมติให้เปลี่ยนแปลงชื่อจากหน่วยห้องสมุด มสธ. เป็นศูนย์บริการการศึกษาเฉพาะกิจ มุม มสธ. จังหวัด (ตามด้วยชื่อจังหวัด) ตามที่ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อธิการบดี ได้เสนอชื่อดังกล่าวนี้ในการประชุมคณะกรรมการการประสานงานบริการการศึกษาครั้งที่ 1/2524 วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2524 เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชว่าด้วยค่าใช้จ่ายของศูนย์บริการการศึกษาเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริการในห้องสมุดของกรมการศึกษานอกโรงเรียน พ.ศ. 2523 และมหาวิทยาลัยได้มีประกาศมหาวิทยาลัยฯ เรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยห้องสมุด มสธ. เป็นศูนย์บริการการศึกษาเฉพาะกิจ มุม มสธ. วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2525 จึงนับได้ว่าการจัดบริการห้องสมุดในส่วนภูมิภาคได้เริ่มดำเนินการมาเป็นลำดับตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้จัดตั้งศูนย์บริการการศึกษาเฉพาะกิจ มุม มสธ. เพิ่มเติมขึ้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้นักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ได้มีหน่วยบริการห้องสมุดที่จะใช้ศึกษาค้นคว้าได้ โดยได้ประสานความร่วมมือกับกองนันทนาการ สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร) ขอใช้ห้องสมุดประชาชนสวนลุมพินี และห้องสมุดประชาชนซอยพระนาง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้มีประกาศจัดตั้ง มุม มสธ. ทั้งสองแห่งนี้ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529

เพื่อให้บริการห้องสมุดสำหรับนักศึกษาครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เมื่อมีการจัดตั้งจังหวัดใหม่ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยจึงจัดตั้ง มุม มสธ. ขึ้นในทุกจังหวัด โดยมีการจัดตั้งเพิ่มเติมขึ้นในจังหวัดที่ตั้งใหม่ 3 จังหวัดในช่วง พ.ศ. 2538 คือ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดอำนาจเจริญ และในปี พ.ศ. 2555 ได้จัดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง คือ จังหวัดบึงกาฬ รวมทั้งจัดตั้ง มุม มสธ. เพิ่มขึ้นที่ห้องสมุดประชาชนภาษีเจริญ ห้องสมุดประชาชนบางเขน ต่อมาได้มีการปรับปรุงห้องสมุดประชาชนสวนลุมพินีและห้องสมุดประชาชนซอยพระนางให้เป็นห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ จึงได้ยกเลิกการจัดให้บริการ มุม มสธ. และสำนักบรรณสารสนเทศได้ขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานครใช้ห้องสมุดประชาชนวัดราชโอรสารามจัดตั้ง มุม มสธ. อีก 1 แห่ง เพื่อรองรับนักศึกษาในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายแหล่งการเรียนรู้ของนักศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่เฉพาะให้ได้กว้างขวางขึ้น รวมทั้งมหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง มุม มสธ. ในโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา เป็นกรณีพิเศษตามความพร้อมของโรงเรียน เนื่องจากมีการจัดสร้างหอสมุดติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นห้องสมุดใหม่ของโรงเรียนที่ได้รับความร่วมมือจากพ่อค้า ประชาชนในท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาอีกทั้งโรงเรียนยังเป็นศูนย์บริการการศึกษาประจำจังหวัดของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว และยังได้รับความร่วมมือจากเทศบาลนครเมืองภูเก็ตในการรับโอนงาน มุม มสธ. ให้ห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเดิมอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดภูเก็ตไปดูแลตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา