นโยบายการพัฒนาคลังปัญญา มสธ.

นโยบายคลังปัญญา มสธ.

คลังปัญญา มสธ. (STOUIR : Sukhothai Thammathirat Open University Intellectual Repository) จัดเก็บและให้บริการสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัล ที่สำนักบรรณสารสนเทศได้พัฒนาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บ สงวนรักษา เผยแพร่องค์ความรู้ เป็นผลงานนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในรูปแบบสื่อดิจิทัล โดยปัจจุบันดำเนินการในส่วนของคอลเลกชั่นดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ซึ่งได้รับการอนุญาตให้เผยแพร่จากทางเจ้าของผลงานผ่านข้อตกลงในการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานวิจัย/ดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระ ในการจัดทำและเผยแพร่ในรูปแบบสื่อดิจิทัลหรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงถึงการอนุญาตแก่คลังปัญญา มสธ. เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา ค้นคว้าและวิจัย อันเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนภารกิจ ของมหาวิทยาลัยทั้งในด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นการสงวนรักษาผลงานเหล่านั้นให้คงไว้ในระยะยาว (Archiving) เพื่อให้บริการแก่ คณาจารย์ นักศึกษา นักวิจัยและผู้สนใจทั่วไป หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ทั้งเป็นช่องทางในเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัยให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

ขอบเขตทรัพยากรสารสนเทศที่จัดเก็บ

คลังปัญญา มสธ. จัดเก็บและให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาฉบับสมบูรณ์ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่จากเจ้าของผลงาน/เจ้าของลิขสิทธิ์ ผ่านข้อตกลงในการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานวิจัย ดุษฎีนิพนธ์วิทยานิพนธ์ การศึกษาค้นคว้าอิสระ ในการจัดทำเผยแพร่และให้บริการในรูปแบบสื่อดิจิทัล หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงถึงการอนุญาตแก่คลังปัญญา มสธ. ในลักษณะการเข้าถึงแบบเปิด (Open Access)

ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ

ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลที่จัดเก็บและให้บริการในคลังปัญญา มสธ. ได้แก่ ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระซึ่งเป็นผลงานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาฉบับสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือเจ้าของผลงานที่มีสิทธิ์ในการนำผลงานเผยแพร่

นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ผลงานฉบับสมบูรณ์ที่นำเข้า คือ ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ นำเข้าคลังปัญญา มสธ. โดยสำนักบรรณสารสนเทศ ผ่านระบบ iThesis และการรวบรวมไฟล์ดิจิทัลจากสำนักบัณฑิตศึกษา

การพิจารณานำทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลเข้าคลังปัญญา มสธ. (เงื่อนไขการนำฝากข้อมูล)

สำนักบรรณสารสนเทศได้ติดต่อประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดการคลังปัญญา มสธ. ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ สำนักบัณฑิตศึกษาที่เป็นผู้รวบรวมผลงานของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อนำส่งไฟล์ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลให้กับสำนักบรรณสารสนเทศ ผ่านระบบ iThesis เพื่อนำข้อมูลเข้าคลังปัญญา มสธ. โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพื่อการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศดังกล่าว ซึ่งเกณฑ์การพิจารณานำเข้าทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลประเภทดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระเข้าคลังปัญญา มสธ. มีดังนี้

  1. ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ภาคต้นปีการศึกษา พ.ศ. 2566 นำเข้ามาที่คลังปัญญา มสธ. ผ่านระบบ iThesis แทนการส่งรูปเล่มให้แก่ สำนักบัณฑิตศึกษาและสำนักบรรณสารสนเทศ
  2. ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ภาคปลายของปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ลงไป ทางสำนักบัณฑิตศึกษาเป็นผู้รวบรวมเพื่อนำส่งไฟล์ดิจิทัลให้สำนักฯ
  3. ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ บางส่วนตั้งแต่ ปีการศึกษา พ.ศ. 2560 ลงไปที่ไม่มีไฟล์ดิจิทัลฉบับเต็ม สำนักฯ นำตัวเล่มมาแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลและให้บริการที่คลังปัญญา มสธ. ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อลดการให้บริการตัวเล่ม
  4. หากดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ที่มีสถานะ “ปกปิดและความลับ” และมีเงื่อนไขในการให้บริการเผยแพร่ มีหลักการปฏิบัติ ดังนี้
    1. สำนักบัณฑิตศึกษาจะไม่ส่งไฟล์และตัวเล่ม ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระรายชื่อนั้นมาให้สำนักฯ
    2. กรณีที่สำนักบัณฑิตศึกษาส่งไฟล์ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ และทางสำนักฯ ได้ดำเนินการเผยแพร่แล้วมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับทรัพยากรสารสนเทศที่ให้บริการ ติดต่อร้องเรียน ผ่านช่องทางบริการต่าง ๆ ดังนี้ (1) “แบบฟอร์มรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ” (2) อีเมลหน่วยวิเคราะห์ทรัพยากร: libcatalog@stou.ac.th (3) Ask a Librarian และ เบอร์โทรศัพท์ 0-2504-7454-56
      ในเบื้องต้นทางสำนักฯ จะระงับการให้บริการสารสนเทศดิจิทัลดังกล่าวในระบบห้องสมุดอัตโนมัติและคลังปัญญา มสธ. พร้อมทั้งติดต่อแจ้งข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรให้สำนักบัณฑิตศึกษารับทราบและพิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักฯ จะดำเนินการตามผลการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนรับทราบต่อไป
  5. กรณีดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ iThesis และไม่ได้มีสถานะ “ปกปิดและความลับ” สำนักฯ จะประสานงานกับสำนักบัณฑิตศึกษา/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับข้อมูลในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลตามที่คลังปัญญา มสธ. กำหนด และนำเข้าคลังปัญญา มสธ. โดยไม่รับไฟล์จากนักศึกษาโดยตรง

การนำข้อมูลเข้า การจัดการไฟล์ และการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล

  1. สำนักบัณฑิตศึกษารวบรวมไฟล์ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ให้สำนักบรรณสารสนเทศเพื่อนำข้อมูลเข้าคลังปัญญา มสธ.
  2. การนำเข้าดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ นำเข้าคลังปัญญา มสธ. ผ่านระบบ iThesis โดยสำนักบรรณสารสนเทศ เป็นผู้นำเข้าข้อมูลให้
  3. ผู้รับผิดชอบในการนำข้อมูลเข้าคลังปัญญามสธ. ฯ จะทำการจัดการไฟล์และหรือแปลงไฟล์ผลงานให้เป็นดิจิทัล โดยปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนงาน “คู่มือการจัดการไฟล์ดิจิทัลและการนำข้อมูลเข้าสู่คลังปัญญา มสธ.” พร้อมลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ โดยใช้  Dublin Core Metadata เป็นมาตรฐานการลงรายการทางบรรณานุกรม

ระยะเวลาในการการเก็บรักษาไฟล์

ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลที่ให้บริการในคลังปัญญา มสธ. จะดำเนินการสงวนรักษาและจัดเก็บในคลังปัญญา มสธ. ตาม “แผนการสงวนรักษา (Preservation Plan)” ซึ่งไฟล์ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระยังไม่มีนโยบายในการคัดทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลออก ยกเว้นผลงานที่มีสถานะ“ปกปิดและความลับ”

การเข้าถึงคลังปัญญา มสธ.

สำนักบรรณสารสนเทศได้พัฒนา คลังปัญญา มสธ. เพื่อรวบรวม จัดเก็บ สงวนรักษา เผยแพร่องค์ความรู้ เป็นผลงานนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในรูปแบบสื่อดิจิทัล ที่สามารถสืบค้น เข้าถึงข้อมูลทางบรรณานุกรม บทคัดย่อ เอกสารฉบับเต็มที่สามารถบันทึกผลการสืบค้น และพิมพ์เอกสารฉบับเต็มได้ โดยให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงแบบเปิด (Open Access) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

การประเมินคุณค่า และการคัดทรัพยากรสารสนเทศออกจากการให้บริการ

ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลที่ให้บริการในคลังปัญญา มสธ. ที่มีเนื้อหาตามนโยบายข้างต้นของสำนักบรรณสารสนเทศ ยังไม่มีนโยบายในการคัดออกจากการให้บริการ ยกเว้นผลงานที่มีสถานะ“ปกปิดและความลับ” แต่ทั้งนี้ทางสำนัก จะพิจารณาเพิ่มเนื้อที่ (Storage) ในการจัดเก็บคลังปัญญา มสธ. มากขึ้น แต่หากมีเหตุทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้บริการเนื้อหานั้นได้ จะระงับการให้บริการสารสนเทศดิจิทัลดังกล่าวในระบบห้องสมุดอัตโนมัติและคลังปัญญา มสธ. จะดำเนินการตามแนวทาง “การพิจารณานำทรัพยากรสารสนเทศเข้าคลังปัญญา มสธ. (เงื่อนไขการนำฝากข้อมูล)” และ “การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Licenses)” ทั้งนี้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่คลังปัญญา มสธ. ทราบเพื่อดำเนินนำเสนอการพิจารณาและถอดถอนออกจากคลังปัญญาฯ ผ่าน “แบบฟอร์มข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ” และ อีเมลหน่วยวิเคราะห์ทรัพยากร: libcatalog@stou.ac.th และ เบอร์โทรศัพท์ 0-2504-7454-56

สำนักบรรณสารสนเทศมีการประเมินผลการใช้คลังปัญญา มสธ. โดยรวบรวมข้อมูลสถิติจาก Google Analytics รวมทั้งรวบรวมข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมลหน่วยวิเคราะห์ทรัพยากร: libcatalog@stou.ac.th, บริการตอบคำถาม Ask a librarian เป็นต้น

ไปรษณีย์

สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 9/9 หมู่.9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

โทรศัพท์​

08 7100 1983
0 2504 7463-65

อีเมล​

libservice@stou.ac.th

เฟซบุ๊ก​

facebook.com/stoulibrary
m.me/stoulibrary

ไลน์

@stoulibrary

นโยบายความเป็นส่วนตัว

  1. คลังปัญญา มสธ. จะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมั่นคงปลอดภัย และปิดเป็นความลับ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ ภายใต้ประกาศเรื่อง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2564 ผู้ใช้บริการโปรดศึกษารายละเอียดได้จากประกาศเรื่องนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2564
  2. กรณีผู้สร้างสรรค์ผลงานหรือเจ้าของผลงาน คลังปัญญา มสธ. จะลงรายการทรัพยากรสารสนเทศตามหลักเกณฑ์การลงรายการบรรณานุกรมที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นไปตามหลักวิชาชีพ โดยจะไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว อีเมลส่วนตัว และที่อยู่ ลงในระเบียนเมทาเดทา
  3. คลังปัญญา มสธ. จะดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมั่นคงปลอดภัย ปกปิดเป็นความลับ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าใช้งาน และผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือเจ้าของผลงาน ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

งบประมาณ

คลังปัญญา มสธ. อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักบรรณสารสนเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องทุประตามรอบปีงบประมาณ ซึ่งงบประมาณส่วนนี้จะถูกนำมาใช้ในการบริหารงานของคลังปัญญา มสธ. ด้วย ครอบคลุมถึงงบประมาณในรวบรวม การจัดเก็บ สงวนรักษา เผยแพร่และให้บริการ การบริหารจัดการบุคลากร การประชาสัมพันธ์การใช้งาน และการบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยจัดสรรงบประมาณจาก 2 แหล่งประมาณ ตามรอบปีงบประมาณของมหาวิทยาลัย ซึ่งการดำเนินงานของคลังปัญญา มสธ. ได้รับการจัดสรรจาก 2 แหล่งงบประมาณ ดังนี้

  1. งบประมาณแผ่นดิน สำหรับเงินเดือนสำหรับบุคลากรผู้ปฏิบัติงานประจำงานคลังปัญญา มสธ.
  2. งบประมาณเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย สำหรับการบริหารจัดการงานประจำ เช่น สแกนเอกสาร การบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมทั้งการเข้ารับการอบรม สัมมนา และการพัฒนาบุคลากร

การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน

คลังปัญญา มสธ. ได้จัดทำแผนการดำเนินการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การปรับโครงสร้างองค์กรหรือปรับเปลี่ยนบุคลากรที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบงานคลังปัญญา มสธ. เพื่อให้การนำเข้าข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลยังสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักบรรณสารสนเทศได้ดำเนินการเตรียมแผนความรับผิดชอบและการสืบทอดงานคลังปัญญา มสธ. เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถบริหารจัดการ นำเข้าข้อมูล และให้บริการสารสนเทศได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อให้สามารถทำงานทดแทนกันได้ เมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์กรหรือปรับเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือ กรณีบุคลากรลาออก หรือเกษียณอายุราชการ รวมทั้งมีการจัดทำคู่มือในการแนะนำวิธีการนำข้อมูลเข้าสู่คลังปัญญา มสธ. เพื่อเป็นแนวทางในการนำเข้าข้อมูลที่ถูกต้องให้กับเจ้าหน้าที่ให้สามารถนำเข้าข้อมูลสู่คลังปัญญา มสธ. ได้ในแนวทางเดียวกันได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรหรือตัวผู้รับผิดชอบงาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง (Continuity of Service) ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ สำนักบรรณสารสนเทศได้มีการประสานความร่วมมือกับสำนักคอมพิวเตอร์เพื่อใช้แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จากสำนักคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันข้อมูลเสียหายและการสูญหาย กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการกู้คืนระบบสารสนเทศให้สามารถดำเนินการเปิดให้บริการโดยเร็วที่สุด