การดำเนินงาน

คลังปัญญา มสธ. เป็นคลังจัดเก็บและให้บริการสารสนเทศสถาบันที่เป็นผลงานของนักศึกษาในระดับบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้แก่ ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ โดยวิธีการสงวนรักษา (Preservation) การแปลงสภาพทรัพยากรสารสนเทศให้เป็นสื่อดิจิทัล (Digitize) และการเข้าถึง (Access) บริการของผู้ใช้บริการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยทางหน่วยงานได้นำแนวกรอบความคิดระบบสารสนเทศจดหมายเหตุแบบเปิด (Open Archival Information System) หรือ OAIS Reference Model มาใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงการดำเนินงานของคลังปัญญา มสธ. เพื่อให้กระบวนการทำงานเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติที่ดี มีวิธีการสงวนรักษาที่เป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในระยะยาว และสามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ได้ตลอดเวลา

ผังกระแสงานของคลังปัญญา มสธ. นี้ได้นำมาใช้เป็นขั้นตอนปฏิบัติงาน และได้ยึดตาม “นโยบายการพัฒนาคลังปัญญา มสธ.” “การสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล” และ สัญญาอนุญาตการใช้งานแบบเปิด Creative Commons (CC BY-NC-ND 4.0) สำหรับการใช้งานทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ซึ่งแผนผังกระแสงานของคลังปัญญา มสธ. แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. ผู้ผลิตสารสนเทศ (Producer)
  2. การจัดการข้อมูลสารสนเทศ (Data Management)
  3. ผู้ใช้บริการ (User)
ผังกระแสงานของคลังปัญญา มสธ.

1. ผู้ผลิตสารสนเทศ (Producer)

ผู้ผลิตสารสนเทศ คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่จัดทำดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ซึ่งมีการจัดการวิทยานิพนธ์ใน 2 รูปแบบ ดังนี้

1.1 ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ในรูปแบบเดิมที่ยังไม่ผ่านระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ (iThesis) สำนักบัณฑิตศึกษาจะเป็นผู้รวบรวมผลงานของนักศึกษาและส่งมอบตัวเล่มพร้อมไฟล์ดิจิทัลที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้วไม่ขัดหรือละเมิดต่อหลักจริยธรรมความมั่นคงของประเทศ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบในภายหลังจะดำเนินการระงับการให้บริการและถอดผลงานออกจากการให้บริการในคลังปัญญา มสธ. ทันที มีการจัดการไฟล์ดิจิทัลให้อยู่ในรูปแบบ PDF พร้อมบึนทึกลายน้ำตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชให้กับสำนักบรรณสารสนเทศ เพื่อทำการสงวนรักษา และมอบสิทธิ์การอนุญาตเผยแพร่ทางออนไลน์ด้วยแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระ ระหว่างนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กับ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยเจ้าหน้าที่คลังปัญญา มสธ. จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ของผลงานทั้งหมดก่อนหากพบข้อมูลไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ ขาดหาย ชำรุด หรือเปิดใช้งานไม่ได้ จะแจ้งไปที่สำนักบัณฑิตศึกษา เพื่อให้จัดส่งผลงานทดแทน ทั้งนี้ ไฟล์ดิจิทัลที่ได้รับจากสำนักบัณฑิตศึกษาจะเป็นชุดไฟล์ต้นฉบับสำหรับการนำเข้าคลังปัญญา มสธ. หากรูปแบบไฟล์ดิจิทัลไม่เป็นไปตามที่กำหนดจะดำเนินการจัดการไฟล์ดิจิทัลให้ถูกต้อง

1.2 ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ที่รับผ่านระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ (iThesis) ระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ (iThesis) เป็นระบบที่สถาบันได้จัดหาและใช้ประโยชน์ในการจัดทำวิทยานิพนธ์ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำโครงร่าง (Proposal) การจัดทำฉบับร่าง (Draft) ฉบับสมบูรณ์ (Complete) หลังจากได้นักศึกษาที่ผ่านการรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ผ่านการตรวจรูปแบบจากสำนักบัณฑิตศึกษาและการคัดกรองจากสาขาวิชาและสำนักบัณฑิตศึกษา โดยมีคุณสมบัติต้องไม่ขัดหรือละเมิดต่อหลักจริยธรรมความมั่นคงของประเทศ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากตรวจสอบพบในภายหลังจะดำเนินการระงับการให้บริการและถอดผลงานออกจากการให้บริการในคลังปัญญา มสธ. ทันที  ทั้งนี้เมื่อกระบวนการจัดทำวิทยานิพนธ์แล้วเสร็จ วิทยานิพนธ์ดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่เป็นปกติ ไม่มีสถานะ “ปกปิดและความลับ” ตามที่เจ้าของผลงานได้กำหนดอนุญาตสิทธิ์การเผยแพร่วิทยานิพนธ์ทั้งตัวเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระ ระหว่างนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กับ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยระบบจะทำการดึงรายการต่าง ๆ ในวิทยานิพนธ์ฉบับนั้น ๆ มาสกัด และสร้างเป็นระเบียนเมทาดาทาตามมาตรฐานดับลินคอร์เมทาดาทา (Dublin Core Metadata) ไฟล์วิทยานิพนธ์จะทำการแปลงสภาพจากไฟล์ MS-Word ให้เป็นไฟล์ PDF เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานพร้อมบันทึกลายน้ำตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จากนั้น เจ้าหน้าที่คลังปัญญา มสธ. จะดำเนินการจำแนกไฟล์ตามประเภทของทรัพยากร จัดการไฟล์ตามมาตรฐานที่กำหนด การสร้างระเบียนเมทาดาทา การอัปโหลดไฟล์ การใส่ข้อมูลสิทธิ์ ตรวจสอบ/ปรับปรุง/แก้ไขข้อมูล/ทดสอบไฟล์ บันทึกระเบียนเมทาดาทาที่สมบูรณ์ ตัวระบุวัตถุดิจิทัล หรือ ดีโอไอ (DOI) และให้บริการต่อไป

2. การจัดการข้อมูลสารสนเทศ (Data Management)

การจัดการข้อมูลสารสนเทศ (Data Management) เมื่อคลังปัญญา มสธ. ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักบรรณสารสนเทศ ได้รับเอกสารหรือชุดไฟล์ต้นฉบับสำหรับการนำเข้า (Submission Information Package : SIP) จากส่วนที่ 1 ผู้ผลิตสารสนเทศ (Producer) แล้ว บุคลากรผู้รับผิดชอบนำข้อมูลเข้าคลังปัญญา มสธ. จะนำไฟล์ชุดดังกล่าวมาเข้าสู่กระบวนการจัดการข้อมูลสารสนเทศ (Data Management) ตาม “คู่มือการจัดการไฟล์ดิจิทัลและการนำข้อมูลเข้าสู่คลังปัญญา มสธ.” โดยคุณสมบัติของดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ว่ามีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์นโยบายคลังปัญญา มสธ. และผลงานดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือละเมิดต่อหลักจริยธรรมความมั่นคงของประเทศ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบในภายหลังจะดำเนินการระงับการให้บริการและถอดผลงานออกจากการให้บริการในคลังปัญญา มสธ. ทันที ซึ่งขั้นตอนหลังจากที่สำนักบรรณสารสนเทศต้องดำเนินการหลังจากที่ได้รับไฟล์ดิจิทัลเพื่อดำเนินการนำเข้าคลังปัญญา มสธ. มีดังนี้

2.1 การจำแนกไฟล์ตามประเภทของดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ
2.2 การจัดการไฟล์ตามมาตรฐานรูปแบบไฟล์ในการจัดเก็บและให้บริการในคลังปัญญา มสธ.
2.3 การสร้างระเบียนเมทาดาทา เป็นการนำข้อมูลเข้าคลังปัญญา มสธ. การนำเข้าข้อมูลดุษฎีนิพนธ์วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระที่ผ่านการตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องแล้ว สามารถดำเนินการ ได้ 2 วิธี ดังนี้

2.3.1 ดำเนินการนำเข้าข้อมูลจากระบบ iThesis เข้าสู่ระบบคลังปัญญา มสธ. โดยระบบจะทำการ Mapping ข้อมูลในระบบ iThesis กับมาตรฐานสากลสำหรับการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลด้วย มาตรฐานดับลินคอร์เมทาดาทา (Dublin Core Metadata) และจัดส่ง Metadata พร้อมไฟล์ดิจิทัลของดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระที่ผ่านการอนุมัติและสามารถเผยแพร่ได้ตามสิทธิ์ มายังคลังปัญญา มสธ. หากข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะดำเนินการตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามรูปแบบมาตรฐานของคลังปัญญา มสธ.
2.3.2 ดำเนินการป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบคลังปัญญา มสธ. สร้างระเบียนเมทาดาทาด้วย Template ที่กำหนด การอัปโหลดไฟล์เอกสารฉบับเต็ม หากข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะดำเนินการตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามรูปแบบมาตรฐานของคลังปัญญา มสธ. จึงดำเนินการบันทึกข้อมูล

2.4 คลังปัญญา มสธ. ใช้มาตรฐานสากลสำหรับการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลด้วย มาตรฐานดับลินคอร์เมทาดาทา (Dublin Core Metadata) โดยเจ้าหน้าที่คลังปัญญา มสธ. จะดำเนินการสร้างรายการเมทาดาทาสำหรับดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระทุกรายการเพื่อพรรณนารายการเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ในไฟล์ดิจิทัล และต้องครอบคลุมหน่วยข้อมูล ย่อยทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่

2.4.1 หน่วยข้อมูลย่อยที่เกี่ยวกับเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ ได้แก่ ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง ภาษา ขอบเขต แหล่งที่มา และความสัมพันธ์กับงานต่าง ๆ
2.4.2 หน่วยข้อมูลย่อยที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ ชื่อผู้แต่ง ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน สำนักพิมพ์ และสิทธิ์
2.4.3 หน่วยข้อมูลย่อยที่เกี่ยวกับรูปแบบที่ปรากฏ ได้แก่ วันเดือนปีที่ผลิต ประเภท รูปแบบที่ใช้นำเสนอ และตัวระบุเอกลักษณ์หรือรหัสต่าง ๆ การลงรายการด้วย มาตรฐานดับลินคอร์เมทาดาทา (Dublin Core Metadata) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีความยืดหยุ่น เพียงพอต่อการสืบค้นของผู้ใช้บริการ สามารถเพิ่มเติม Element ที่ต้องการอธิบายคุณลักษณะเฉพาะของผลงานต่าง ๆ ได้ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นข้อมูลได้ง่าย และเข้าถึงไฟล์เอกสารได้อย่างรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ดับบลิน คอร์ เมทาดาทา ยังพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐาน XML จึงรองรับการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างคลังสารสนเทศดิจิทัลผ่านทาง API และ/หรือโปรโตคอล OAI-PMH จึงทำให้คลังปัญญา มสธ. สามารถรับข้อมูลเมทาดาทา และไฟล์เอกสารดิจิทัลจากระบบ iThesis ได้โดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถให้บริการข้อมูลดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ การศึกษาค้นคว้าอิสระได้อย่างรวดเร็วขึ้น อีกทั้ง ยังทำให้คลังสารสนเทศอื่น ๆ ที่มีความร่วมมือกันสามารถมาเก็บเกี่ยวเมทาดาทา (Harvesting) ของคลังปัญญา มสธ. เพื่อนำเข้าฐานข้อมูลของตนเองได้โดยอัตโนมัติเช่นเดียวกันสำหรับรายการหัวเรื่อง (Subject Heading) ใช้ศัพท์ควบคุม (Controlled Vocabulary) คลังปัญญา มสธ. ใช้คู่มือหัวเรื่องภาษาไทยออนไลน์ (Online Thai Subject Headings) ของคณะทำงานฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา สำหรับหัวเรื่องภาษาไทย และใช้คู่มือหัวเรื่อง Library of Congress Subject Heading (LCSH) สำหรับหัวเรื่องภาษาอังกฤษ และมีการกำหนดคำสำคัญ (Keyword)

2.5 การจัดการไฟล์ดิจิทัล

2.5.1 เมื่อได้ข้อมูลรายการเมทาดาทาแล้ว ไฟล์ดิจิทัลจะเข้ามาโดยอัตโนมัติผ่านระบบการบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ (iThesis) โดยจัดเก็บไฟล์ไว้ในส่วน Archival Storage ของโปรแกรม DSpace เพื่อทำการสงวนรักษา และให้เข้าถึงไฟล์ดิจิทัลได้ในระยะยาวดำเนินการอัปโหลดไฟล์สำหรับการจัดเก็บ (Archival Information Package : AIP) เข้าสู่คลังปัญญา มสธ. ไฟล์ดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระดิจิทัลที่มาจากระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ (iThesis) จะอยู่ในรูป PDF File ที่มีลายน้ำสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และพร้อมให้บริการทันที
2.5.2
เมื่อลงรายการเมทาดาทาสำหรับดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระในรูปแบบเดิมที่จัดส่งเป็นตัวเล่มและแฟ้มข้อมูลแล้ว ไฟล์ดิจิทัลที่นำเข้าต้องจัดการให้อยู่ในรูปแบบที่กำหนด คือรูปแบบ PDF File ที่มีลายน้ำสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จากนั้น จึงดำเนินการอัปโหลด (Upload) ไฟล์ดิจิทัลเข้าระบบตามรายการเมทาดาทานั้น ๆ อย่างถูกต้องและครบถ้วน

2.6 การใส่ข้อมูลลิขสิทธิ์ (Add License Policy) เมื่อจัดทำรายการเมทาดาทา และอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่คลังปัญญา มสธ. จะตรวจสอบและดำเนินการใส่ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับลิขสิทธ์ของผลงานนั้น ๆ ในระบบตามข้อตกลงการเผยแพร่บนเว็บไซต์ต่อไป

2.7 การตรวจสอบ แก้ไขข้อมูล และทดสอบไฟล์ (Check, Edit Metadata and Test File) บุคลากรคลังปัญญา มสธ. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล แก้ไขข้อมูลเมทาดาทา และตรวจสอบไฟล์เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าระเบียนดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระนั้น ๆ

2.8 การบันทึกระเบียนเมทาดาทาที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และมีรายละเอียดที่เพียงพอให้ผู้ใช้สามารถสืบค้น อ่าน และพิจารณาในการใช้งานได้ และไฟล์ที่ใช้ดาวน์โหลดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดสิทธิ์การใช้งานไว้

2.9 การเผยแพร่ข้อมูล (Publish Data) เมื่อทดสอบไฟล์ และตรวจสอบข้อมูลในขั้นตอนสุดท้ายเสร็จแล้ว ผู้ได้รับมอบหมายให้นำเข้าข้อมูลคลังปัญญา มสธ. จะทำการยืนยันการเผยแพร่ข้อมูลในระบบ DSpace เพื่อให้ผู้ ใช้บริการสามารถสืบค้นและดาวน์โหลดชุดไฟล์เผยแพร่ (Dissemination Information Package : DIP) เพื่อนำไปใช้งานได้

2.10 การขอรหัสตัวระบุวัตถุดิจิทัล (Create DOI) เพื่อให้ผลงานทางวิชาการต่าง ๆ ที่อยู่ในคลังปัญญา มสธ. สามารถเข้าถึงได้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นแหล่งสำรองไฟล์ข้อมูลที่จะช่วยให้การสงวนรักษาผลงานวิชาการของคลังปัญญา มสธ. มีประสิทธิภาพ บุคลากรคลังปัญญา มสธ. จะดำเนินการส่งข้อมูลผลงานทางวิชาการไปยังศูนย์สารสนเทศการวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อขอรหัสตัวระบุวัตถุดิจิทัล (Digital Object Identifier : DOI) และเมื่อสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการออกเลขรหัส DOI ให้เรียบร้อยแล้ว รหัส DOI จะถูกนำเข้าข้อมูลรหัส DOI สู่ระบบคลังปัญญา มสธ.

3. ผู้ใช้บริการ (User)

คลังปัญญา มสธ. ให้บริการสืบค้นและดาวน์โหลดไฟล์ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระในลักษณะเป็นฐานข้อมูลแบบเปิดเสรี (Free Open Access) ดังนั้น ผู้ใช้บริการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย สามารถสืบค้นข้อมูลผ่านเว็บไซต์คลังปัญญา มสธ. โดยจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานผ่านทางเว็บไซต์คลังปัญญา มสธ. เมื่อผู้ใช้ต้องการดาวน์โหลดดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ